หะดีษคืออะไร?
ทำความรู้จักรากฐานความรู้คู่กับอัลกุรอานสำหรับมุสลิมแล้ว
การดำเนินชีวิตให้เที่ยงตรงตามคำสอนของศาสนานั้นประกอบด้วยสองเสาหลักสำคัญ คือ อัลกุรอาน
และ หะดีษ หากอัลกุรอานคือธรรมนูญสูงสุดจากพระเจ้า
หะดีษก็คือคำอธิบายและการทำให้ภาพเหล่านั้นชัดเจนขึ้นในทางปฏิบัติ
หะดีษ คืออะไร?
ในทางวิชาการอิสลาม หะดีษ
(Hadith)
หมายถึง ทุกสิ่งที่ถูกถ่ายทอดมาจากท่านนบีมูฮัมหมัด (ซ.ล.)
ไม่ว่าจะเป็น:
1. เกาลียะฮ์
(คำพูด): สิ่งที่ท่านนบีได้กล่าวสั่งสอน
หรือตอบคำถาม
2. ฟิอฺลียะฮ์
(การกระทำ): สิ่งที่ท่านนบีปฏิบัติให้ดูเป็นตัวอย่าง
เช่น วิธีการละมาด
3. ตักรีรียะฮ์
(การยอมรับ): สิ่งที่บรรดาเศาะหาบะฮ์ปฏิบัติแล้วท่านนบีรับรู้แต่ไม่ได้ห้ามปราม
4. ศิฟะฮ์
(คุณลักษณะ): การบรรยายเกี่ยวกับรูปร่างลักษณะหรือจริยธรรมอันงดงามของท่าน
ความสำคัญของหะดีษคู่กับอัลกุรอาน
พระเจ้า (อัลลอฮ์ ซ.บ.)
ทรงประทานอัลกุรอานมาเพื่อเป็นทางนำ แต่มนุษย์จำเป็นต้องมีแบบอย่างที่จับต้องได้
หะดีษจึงเข้ามาทำหน้าที่สำคัญดังนี้:
- อธิบายความโดยละเอียด
(ตัฟซีร): ในอัลกุรอานสั่งให้มุสลิม
"ดำรงการละมาด" แต่ไม่ได้ระบุว่าต้องทำกี่ร่อกะอัต
หรือต้องก้มกราบอย่างไร รายละเอียดเหล่านี้ถูกระบุไว้อย่างครบถ้วนในหะดีษ
- เจาะจงขอบเขต
(ตัครีศ): บางบทในอัลกุรอานพูดถึงหลักการกว้างๆ
หะดีษจะเข้ามาขยายความเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการนำไปใช้
- วางบทบัญญัติเพิ่มเติม:
ในบางกรณีที่อัลกุรอานไม่ได้ระบุไว้โดยตรง หะดีษของท่านนบี (ซ.ล.)
จะเป็นแหล่งที่มาของกฎเกณฑ์ทางศาสนาที่มุสลิมต้องยึดถือ
โครงสร้างพื้นฐานที่ต้องรู้
ก่อนที่จะเชื่อหรือนำหะดีษไปอ้างอิง
นักวิชาการจะตรวจสอบองค์ประกอบ 2 ส่วน
คือ:
1. อิสนาด
(Isnad):
สายรายงาน หรือลำดับบุคคลที่บอกเล่าสืบต่อกันมา
2. มะตัน
(Matn):
เนื้อหาหรือใจความสำคัญของหะดีษนั้นๆ
สรุปสำหรับผู้เริ่มต้น
การศึกษาหะดีษไม่ใช่เพียงการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์
แต่คือการพยายามใกล้ชิดกับแบบอย่างที่ดีที่สุดของมนุษยชาติ
เพื่อให้ความศรัทธาของเราไม่ได้อยู่แค่ในตำรา
แต่ปรากฏออกมาผ่านการกระทำในชีวิตประจำวันอย่างถูกต้องตามแนวทางของอิสลาม